วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันนี้ไปทำบุญให้ย่าทวดของเอแคลร์มาแหละ

วันนี้ที่้บ้านดำเนินฯ เค้าจะมีการทำบุญให้ย่าทวดของเอแคลร์ โดยจะไหว้กันในตอนเช้าแล้วก็เลี้ยงพระเพลที่วัดโชติทายการาม ปีนี้ที่บ้านเราไปกันครบทุกคนเลย ออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้าจากบ้านย่านบางกะปิโดยใช้เส้นทางวงแหวนตะวันออกมุ่งหน้าต่อเนื่องวง แหวนอุตสาหกรรมแล้วไปบรรจบกับถนนพระราม 2 มุ่งหน้าตรงเข้าสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ผ่านอัมพวาเข้าสู่อำเภอดำเนินสะดวกที่มีตลาดน้ำชื่อก้องโลกนั่นเอง


ภาพจาก http://www.ratchaburi.go.th

สำหรับบ้านเราที่คลุกคลีอยู่กันสายน้ำเส้นนี้มากันตั้งแต่อ้อนแต่ออก เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับตลาดน้ำ แต่สิ่งที่สังเกตเห็นหลังจากที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่ที่นั่น ซะนานก็คือภาพความเจริญที่คืบคลานเข้าสู่ร่องสวน การเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการที่มีอยู่เดิมๆ ได้สร้างโอกาสผู้ให้บริการนั้นๆ ได้ลืมตาอ้าปาก และเพิ่มรูปแบบของสินค้าอื่นที่ไม่เคยมีที่ดำเนินสะดวกแห่งนี้ก็มีให้เห็น ดารดาษทั่วในบริเวณย่านตลาดน้ำแห่งนี้

แต่สิ่งที่มาควบคู่กับความเจริญของทุนนิยมนั่นก็คือการแก่งแย่ง แข่งขันด้วยวิถีทางที่ผิดๆ แย่งชิงลูกค้ากัน ความมีน้ำใจเอื้ออาทรที่เคยเห็นกันในวัยเด็กนั้นมันเลือนลางเต็มที ราคาสินค้าที่แพงขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล

 

จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้ผมเองเคยวิ่งเล่นได้ในถนนหลักที่เข้าสู่ตลาดน้ำที่ข้าง ทางเป็นร่องสวนของชาวบ้าน วิ่งเก็บผลไม้บ้าง เอาผลมะพร้าวแก่ๆ 2 ลูกมาฉีกเปลือกให้เป็นเส้นยาวแล้วเอามาผูกกันไปลอยคอเล่นน้ำในร่องสวนเพราะ ยังว่ายน้ำไม่เป็นบ้าง น้ำในคลองก็ยังคงใช้ชำระชะล้าง ใช้อาบกันได้

 

บ้านของย่าผม(ที่เป็นย่าทวดเอแคลร์นั่นแหละ) อยู่บริเวณที่เค้าเรียกกันว่าหลัก 7 ก็คือหน้าวัดโชติทายการามหรือที่คนแถวนั้นเรียกสั้นๆ วัดโชติฯ นั่นแหละ คือว่าคลองดำเนินสะดวกเนี่ยเป็นคลองขุดเพื่อเชื่อมแม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน โดยย่าผมเล่าว่าเค้าแบ่งออกเป็น 8 หลักเพื่อการจดจำง่ายๆ ย่าพายเรือไปตามคลองนี้เพื่อเอาของจากสวนไปขาย ออกจากบ้านตั้งแต่ตี 3 ไปถึงตอนเช้า สายๆ พอขายหมดพายเรือกลับมาตามคลองนี้อีกถึงบ้านก็ตะวันตรงหัวพอดี

 

(รายละเอียดเพิ่มเติม : "ดำเนินสะดวก" เป็นชื่อคลองที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เป็นคลองขุดด้วยแรงงานคน ซึ่งขุดได้ตรงและยาวที่สุดในประเทศ สะดวกต่อการสัญจรไปมา จากพระราชดำริของรัชกาลที่ 4 ที่ทรงมีพระประสงค์ให้ขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน เพื่อประโยชน์ในการคมนาคมและการค้าขาย ใช้เวลาขุด 2 ปีเศษจากปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จต้นรัชกาลที่ 5 ปี 2411 ความยาวถึง 840 เส้นหรือประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้าง 6 วา(12 เมตร) ความลึก 6 ศอก(3 เมตร))

 

อ๊ะๆ อย่าคิดว่าผมเป็นพวกต่อต้านความเจริญ เพียงแต่ผมยังอยากเห็นความเจริญเคียงคู่ไปกับวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย ผมอยากให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านผม อยากให้ได้สัมผัสถึงกลิ่นขี้ไต้และควันไฟอ่อนๆ ที่ชาวสวนบ้านผมหุงหาอาหารในตอนเช้ามืดที่คละเคล้ากลมกลืนกับความสดชื่นของ น้ำค้างในบรรยากาศยามเช้าที่ผมเชื่อว่าคงมีไม่กี่คนที่เคยได้สัมผัสถึงกลิ่น แบบนี้ ผมเองยังจำกลิ่นแบบนี้ได้ดีแม้มันจะผ่านมา 30 กว่าปีแล้ว

 

จริงๆ แล้วผมอยากจะเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ของสังคมแบบชุมชนริมน้ำที่ผมได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กช่วงหนึ่งที่นี่ ที่ชีวิตของผู้คนจะผูกพันกันอย่างแนบแน่นกับสายน้ำแห่งนี้ แต่ขอยกยอดไปในตอนหน้าดีกว่า เดี๋ยวมันจะยาวเกินไปขี้เกียจอ่านกันซะเปล่าๆ เนอะ

 

เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2553 เวลา 21:20 น. GMT+7 TH
ผู้เขียน : Tombass

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น